ขวดกันแดดบอกอะไรจริง?
เมื่อซื้อกันแดด คุณจะเห็นคำว่า "SPF 50+" เขียนใหญ่บนขวด บอกว่าดีเลยใช่ไหม — แต่ได้รับการทดสอบจริงหรือเปล่า?
ผมกล่าวตรงๆ: ไม่ใช่ทุกแบรนด์ทดสอบ หลายแบรนด์เขียนตัวเลขบนขวดตามสูตร หรือตามที่ใช้ได้สูงสุดตามกฎหมาย แต่ไม่ได้หมายความว่าวัดจริงแล้ว
CMe ทำแตกต่าง — เราวัดค่า SPF จริง ได้ 65.8 (ไม่ใช่การคิดคำนวณ) แต่เลือก claim เพียง SPF 50+ บนฉลาก เพราะอะไรถึงทำแบบนี้ ต่อไปผมจะอธิบายค่ะ
SPF Label คืออะไร — และเขียนตามอะไร?
SPF (Sun Protection Factor) ที่เห็นบนขวด ไม่ได้มี standard ชัดเจนตรงนี้ ในไทยใช้กฎหมาย 化粧品基準 (สมดุลกับประชาคมอาเซียน) ที่ส่วนใหญ่ยึดตาม ISO 24444:2010 ซึ่งเป็นมาตรฐาน in-vivo testing (ทดสอบบนคนจริง)
แต่ในความเป็นจริง:
- หลายแบรนด์ claim SPF ตามสูตรคณิตศาสตร์ (in-vitro = ทดสอบหลอดแล้ว ไม่ใช่ผิวหน้าจริง)
- บางแบรนด์เรียบเรียงตามสูตร UV filter ที่ใช้ — "อ้อ ส่วนผสมนี้น่าจะขึ้น SPF 50+ ได้เหรอ" (แต่ไม่ได้ทดสอบจริง)
- ระบายออกมาตามกฎหมาย claim ได้สูงสุด = SPF 50+
ทำไมหลายแบรนด์ไม่ทดสอบ? เพราะค่ะ — ทดสอบจริง (in-vivo testing) แพง ต้องจ้าง lab ที่ certified, ต้องหาคนอาสา 10-20 คน, ต้องจ่ายอย. ไทย ตัวเลขหลักแสนบาท
SPF จริงคืออะไร — In-Vivo Testing
In-vivo = ทดสอบบนผิวคนจริง ในสภาพแสงแดดจริง (หรือ simulated solar)
CMe ทดสอบค่า SPF ผ่าน Solar Test Asia ทดสอบตาม ISO 24444:2010 (มาตรฐาน international) ด้วยจำนวนอาสาสมัคร 10 คน — นี่คือวิธี "ถูกต้อง" ทีเดียว
วิธีทดสอบแบบไหน?
- เตรียมอาสาสมัคร: เลือกคนผิวต่างกันหลาย tone (เพื่อดูว่าเหมาะทุกคนไหม)
- ทาเนื้อ: ทากันแดดปริมาณ 2 mg/cm² (คำนวณจากสูตร — ไม่มากไม่น้อย)
- แสงแดด: ให้คนอาสาไปนั่งอยู่ใต้ Solar Simulator (จำลองแสงอากาศจริง) โดยกำหนดเวลา
- ดูผลลัพธ์: เก็บ data กี่นาทีแล้วผิวเริ่มแดง (MED = Minimal Erythema Dose)
- ไม่ทา = แดง + 15 นาที
- ทา CMe = แดง + 990 นาที (≈ 16.5 ชั่วโมง !)
- สูตร: SPF = 990 ÷ 15 = 65.8
ผลมา: CMe สำเร็จทดสอบ SPF 65.8 (ระหว่าง SPF 50-70 ก็ดีแล้ว)
ทำไม CMe Claim เพียง SPF 50+ — แม้วัดได้ 65.8?
นี่คือจุดสำคัญที่สุดค่ะ
เหตุผลที่ 1: เสตียรจิตต่ำและความเสี่ยง
ถ้า CMe บอก "วัดได้ 65.8 ค้างมั้ย" มี 2 อันตราย:
- อันตรายอันแรก: ถ้าวันไหนผิวคุณแดง (อาจเพราะแอปพลิเคชั่นไม่ดี, ใจลุ่นใจหลวาน, หรือมีการขัดแบบแรงเกินไป) → คุณจะมาด่า "เขียน 65.8 ฉันแดงไปแล้ว นั่นเรื่องโกหก"
- อันตรายอันสอง: ถ้า claim สูงเกินจริง (ตัวเลขเปลี่ยนไปเพราะสภาพอากาศ บ้านเรือน อายุของผลิตภัณฑ์) → กฎหมาย อย. อาจสอบสวน
เหตุผล 2: กฎหมาย Claim Limit
ไทย กำหนด SPF 50+ คือ cap สูงสุด — ไม่มีแบรนด์ควร claim เกิน "50+" ค่ะ
บางประเทศ (เช่น USA) ห้าม claim สูงกว่า SPF 50 เลย ประเทศไทยและ EU โอเค claim "50+" (ซึ่งหมายความว่า "50 และขึ้นไป") แต่การ claim เลขที่ละเอียดมากๆ (เช่น "SPF 65.8") อาจเป็นปัญหา
ความเสี่ยง: ถ้าหากปีหน้า batch ใหม่วัดได้แค่ 52 → ฉลากเก่าบอก 65.8 → ปรึกษา อย. ได้ดี ค่ะ
เหตุผล 3: เสตียรจิตทางสินค้า
วิธีที่ดีที่สุด = ทดสอบจริง + claim อย่างไร? อย่างไร้เสี่ยง
- วัดได้ 65.8 → claim 50+: ปลอดภัย (ยังคงมี buffer 15.8 SPF ถ้าหาก batch ต่อไปลดลง)
- วัดได้ 65.8 → claim 65.8: เสี่ยง (ถ้า batch ต่อไปลดลงเป็น 62 → กฎหมายสงสัย)
CMe เลือก honesty + safety = claim 50+ ซึ่งยังคงสูงกว่า competitors หลาย ตัวที่อาจไม่ได้ทดสอบเลย
UVA Protection นอกเหนือ SPF — PA++++ คืออะไร?
SPF วัดเพียง UV-B (Burning rays) แต่ UV-A (Aging rays) ล่ะ?
นี่สำคัญเท่า หรือสำคัญกว่าที่หลายคนไม่รู้ค่ะ
UVA PF และ PA Scale
- UVA PF (UVA Protection Factor): วัด UVA protection โดยใช้ ISO 24442 (คล้ายกับ SPF แต่ใช้ UV-A light)
- PA Scale: ระดับป้องกัน UVA ตาม ISO — PA+, PA++, PA+++, PA++++
- PA+ = UVA PF 2-4
- PA++ = UVA PF 4-8
- PA+++ = UVA PF 8-16
- PA++++ = UVA PF ≥16
กันแดด CMe ทดสอบ UVA PF = 24.7 (ไป Solar Test Asia ด้วย) → คำนวณได้ PA++++ (เพราะ 24.7 > 16)
ความหมาย
PA++++ หมายความว่า:
- ป้องกัน UV-A ได้ยาว ≥3 ชั่วโมงเต็มๆ
- ลดเสี่ยง wrinkle, spot, tan จากแสงแดดยาวนาน (outdoor, hiking, beach)
หลายแบรนด์ claim PA++ หรือ PA+++ โดยไม่ได้ทดสอบ CMe claim PA++++ เพราะ ทดสอบมาจริง
กันน้ำ (Water-Resistance) — 40 นาทีหมายความว่า?
สิ่งสุดท้ายที่ต้องรู้: water-resistant ≠ waterproof
CMe Water-resistant 40 นาที (ISO 16217) = ถ้าไปว่ายน้ำหรือเหงื่อออกมาก 40 นาที ยังคงป้องกัน SPF/UVA ได้เต็มที่ หลังจากนั้น → ต้องทาใหม่
อื่นๆ ที่ต้องรู้:
- Sport sunscreen มักว่า 80 นาที (ของทำนายทดสอบมากกว่า)
- Daily sunscreen = 40 นาที ก็พอ (ใช้บนหน้า ไม่ว่ายน้ำ)
- CMe = Daily use → 40 นาที ก็ยุติธรรม
วิธีอ่านฉลากกันแดดให้ถูก
ตอนนี้คุณรู้แล้ว ให้ยกตัวอย่างวิธีอ่านฉลากอื่นๆ:
ตัวอย่างที่ 1: "SPF 50+" (ไม่บอก UVA)
✓ SPF = ทดสอบแล้วหรือเปล่า?
✗ PA = ไม่เขียน (ซ่อนไว้)
✗ Water-resistant = ไม่เขียน
→ ผลประเมิน: อาจไม่ได้ทดสอบ
ตัวอย่างที่ 2: "SPF 50+ PA+++"
✓ SPF = claim ไว้
✓ PA+++ = UVA ด้วย
? Water-resistant = ไม่เขียน
→ ผลประเมิน: ดีกว่า (อย่างน้อย UVA test ด้วย)
ตัวอย่างที่ 3: "SPF 50+ PA++++ Water-resistant 40 min"
✓ SPF = claim
✓ PA++++ = UVA สูง
✓ Water-resistant = ชัดเจน
→ ผลประเมิน: ดีที่สุด (test ครบครัน)
CMe = ตัวอย่างที่ 3 — ฉลากอ่านแล้วชัดเจนว่า test อะไรบ้าง ค่ะ
ทำไม Lab Testing สำคัญ — เรื่องจริงจาก Dermscan
นอกเหนือ SPF, UVA ที่ผ่านการทดสอบแล้ว CMe ยังทดสอบ ความปลอดภัย (irritation test) ด้วย
- M.C.I.I = 0.07 (Dermscan Asia, n=22) = Non-irritating ← ผิวแพ้ง่ายใช้ได้ ค่ะ
ทำไมสำคัญ? เพราะว่า:
- Sunscreen บางตัว "ป้องกันดี" แต่ ระคายผิวแรง (alcohol, fragrance, emulsifier ที่หยาบ)
- ใช้ไปสักพัก → ผิวแดง ผิดอาจเกิด dermatitis → นอนไม่สบาย → ท้อใจกันแดด
CMe ทดสอบเพิ่มเติม เพราะ honesty = ต้องป้องกันดี + ปลอดภัยด้วยค่ะ
CMe Sunscreen — ตัวเลขชัดเจน
บทสรุปสั้นๆ:
| ตัวเลข | ค่า | Lab | Standard | |---|---|---|---| | SPF | 65.8 | Solar Test Asia | ISO 24444:2010 | | UVA PF | 24.7 | Solar Test Asia | ISO 24442 | | PA | PA++++ | (calculated from UVA PF) | ISO standard | | Water-Resistant | 40 นาที | Solar Test Asia | ISO 16217 | | M.C.I.I | 0.07 | Dermscan Asia | Non-irritating | | Claim on Label | SPF 50+ | (conservative) | Honesty + Safety |
สำหรับลูกค้า = แปลว่า:
- ทดสอบจริง ทีละเอียด
- Claim อย่างไม่เสี่ยง (50+ ไม่ใช่ 65.8)
- ปลอดภัย สำหรับผิวแพ้
- ป้องกัน UV-A + UV-B เต็มที่
วิธีใช้ CMe ให้ได้ผลจริง
ทดสอบได้ดีแล้ว แต่ถ้าใช้ผิดวิธี → ผลลัพธ์จะแตกต่างกัน
ปริมาณที่ต้องใช้
2 mg/cm² = ตรงกับที่ใช้ทดสอบ
อย่างไรก็ตาม ถ้าลองตวง — ยากมาก คำแนะนำที่ใช้ได้จริง:
- หน้า: 1 teaspoon (ของช้อนน้อยนิด สำหรับน้ำตาล) ทาทั่วหน้า เคาะหน้า ให้ซึมค่ะ
- คอ + หู: อีก 1/2 teaspoon
- หัวไหล่ + หน้าอก: อีก 1 teaspoon
- ทั้งตัว: ~7-9 teaspoons (อย่างน้อย ไม่ใช่ 2-3 ตัวเดินตลาด)
Re-apply ทั้งอากาศจริง
- ในห้องแอร์: Re-apply ทุก 3-4 ชั่วโมง
- ข้างนอก (outdoor): Re-apply ทุก 1.5-2 ชั่วโมง
- หลังว่ายน้ำ: ทันที (40 นาทีแล้ว)
ถ้าไม่ re-apply → SPF 65.8 ก็ลดลง ค่ะ
สรุป — SPF Label vs SPF จริง
| ด้าน | Label (โปรแกรม) | SPF จริง | |---|---|---| | ใครตัดสิน | กฎหมาย/marketing | Lab ทีค้นคว้า | | เสี่ยง | อาจไม่ได้ทดสอบ | เลือกปลอดภัยกว่า | | ตัวอย่าง CMe | SPF 50+ | SPF 65.8 | | ทำไม claim 50+ | Honesty + Safety buffer | ถ้า batch ต่อไปลดลง | | ผลประโยชน์ | อ่านง่าย | ยืนยันได้ว่า test จริง |
ต้องจำไว้:
- ไม่ใช่ทุก "SPF 50+" ได้รับการทดสอบจริง
- CMe ทดสอบมาจริง → claim อย่างไร้เสี่ยง = 50+
- UVA (PA++++) เหมือนสำคัญกับ SPF
- ใช้ปริมาณที่ถูก + Re-apply ประจำ = ได้ผลจริง
ถ้าเลือกกันแดด ที่สำคัญคือ เลือกแบรนด์ที่ทดสอบจริง ไม่ใช่แค่เขียนเลขบนขวด
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ CMe
ทดลองใช้ CMe Ultra-Light Sunscreen SPF50+ PA++++ ด้วยตัวเอง
หรือสอบถามความสงสัยเพิ่มเติมได้ที่ CMe LINE OA — ทีมเรามีตอบตั้งแต่ 9:00-18:00 ค่ะ
📚 อ่านเพิ่มเติมใน CMe Wiki
#กันแดด #SPF #honest skincare #clinical test #สกินแคร์ไทย
Share this post
เกี่ยวกับผู้เขียน
Cheer
Founder of CMe — วิจัยสกินแคร์มาตั้งแต่ปี 2023
Keep Reading

Prunus Yedoensis คืออะไร — สารสกัดซากุระในคลีนซิ่ง CMe Hyper Clear Sakura
Prunus Yedoensis = ชื่อวิทยาศาสตร์ของดอกซากุระญี่ปุ่น — สารสกัดที่ CMe ใช้ใน Sakura Bead Encapsulation เทคโนโลยีห่อหุ้มพิเศษที่ทำให้คลีนซิ่งอ่อนโยนและบำรุงผิวพร้อมกัน
อ่านต่อ →

Alpha Arbutin + Niacinamide ทำงานยังไง — วิทยาศาสตร์เบื้องหลังผิวกระจ่างใสของเซรั่ม CMe
Alpha Arbutin ยับยั้ง Tyrosinase · Niacinamide ลด Melanin Transfer · Kakadu Plum วิตามินซีธรรมชาติสูงสุด — 3 กลไกทำงานร่วมกันในเซรั่ม CMe Hyper Smooth Brightening
อ่านต่อ →

Spincontrol Asia n=32 — ผลทดสอบเซรั่ม CMe 14 วัน: 91.2% ผิวกระจ่างใสขึ้นจริง
ไม่ใช่แค่โฆษณา — เซรั่ม CMe Hyper Smooth Brightening ทดสอบโดย Spincontrol Asia กลุ่มตัวอย่าง n=32 คน ผลลัพธ์ 14 วัน: 91.2% รู้สึกว่าผิวกระจ่างใสขึ้น
อ่านต่อ →
