SPF ย่อมาจาก Sun Protection Factor คือค่าที่บอกว่าครีมกันแดดสามารถ กั้น UVB ได้มากแค่ไหน UVB คือรังสีที่ทำให้ผิวไหม้แดง แดงช้ำ และเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งผิวหนังค่ะ
ค่า SPF50 หมายความว่ากรอง UVB ได้ถึง 98% ของรังสีที่ตกกระทบผิว ตัวเลขยิ่งสูง กันได้มากขึ้น แต่ความต่างหลัง SPF50 ขึ้นไปนั้นน้อยมากค่ะ
PA ย่อมาจาก Protection Grade of UVA คือค่าที่บอกว่าครีมกันแดดสามารถ กั้น UVA ได้ระดับไหน UVA คือรังสีที่ทำให้เกิด ฝ้า ริ้วรอย และผิวหมองคล้ำ — และทะลุกระจกได้ด้วยค่ะ
ระบบ PA ใช้ + เป็นหน่วยวัด โดย PA++++ คือระดับสูงสุดตามมาตรฐาน Asian standard ที่ใช้อยู่ในไทย ญี่ปุ่น เกาหลี
| ค่า | ป้องกัน | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| SPF30 PA++ | UVB 96.7% / UVA ปานกลาง | อยู่ในบ้าน ออกแดดน้อย |
| SPF50 PA+++ | UVB 98% / UVA ระดับสูง | ออกแดดปกติ ใช้ชีวิตประจำวัน |
| SPF50+ PA++++ | UVB 98%+ / UVA สูงสุด | ออกแดดนาน กลางแจ้ง ผิวกังวลเรื่องฝ้า |
ต่างกันน้อยมากค่ะ SPF50 กันได้ 98% ของ UVB ส่วน SPF100 กันได้ 99% ต่างกันแค่ 1% เท่านั้น ไม่คุ้มค่าหากสูตรหนักหรือระคายเคืองกว่า SPF50+ เพียงพอสำหรับชีวิตประจำวันค่ะ
ต้องทาค่ะ เพราะ UVA (ที่ PA ป้องกัน) ทะลุกระจกได้ แม้นั่งทำงานข้างหน้าต่างก็ยังได้รับ UVA อยู่ ทาทุกวันแม้อยู่บ้านช่วยป้องกันฝ้าและริ้วรอยระยะยาวค่ะ
CMe Sunscreen SPF50+ PA++++ มีขายที่ LINE OA @cmecheertsume ราคา ฿495 ส่งฟรีเมื่อซื้อครบ ฿400 ค่ะ
ทากันแดดหลังมอยเจอไรเซอร์ค่ะ ลำดับที่ถูกคือ ล้างหน้า → เซรั่ม → มอยเจอไรเซอร์ → กันแดด กันแดดควรเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนแต่งหน้า เพื่อให้ฟิล์มป้องกันอยู่บนสุดของผิวค่ะ