CMe ลดเครื่องมือ ลดความซับซ้อน
เบื้องหลัง CMe

เครื่องมือที่ CMe เคยใช้แล้วเลิก — และทำไม

เผยแพร่เมื่อ

12 พฤษภาคม 2569

เวลาอ่าน

5 นาที

เริ่มตั้งแต่ chaos tool

ตอนปลายปี 2024 ทีม CMe (มี 8 คน) ติดอยู่กับโจทย์ประหลาดใจ: เรามี 7 tool ที่เป็น "single source of truth" พร้อมกัน

  • Notion = wiki + project management (งงว่าใครควรเขียนที่ไหน)
  • ClickUp = task tracking (ซ้ำกับ Notion)
  • Figma = design (แต่ไม่ใช้ real-time collab เลย)
  • ChatGPT Plus = content writing (ถ้าเป็นภาษาไทย ออกมาไม่ไหวอยู่แล้ว)
  • Google Workspace = core (แต่เท่ากับ backup)
  • Slack = communication
  • LINE Official Account = customer connection

ทุกวันนี้คนในทีมใช้เวลา 30 นาทีแค่เพื่อตัดสินใจว่า "ผลงานตัวไหนควรโพสต์ยังไง" แล้วต้องไปหา draft ที่ 3 ที่เขียนไว้ใน Notion page ที่สี่

ผม (Founder) นั่งลงมา แล้วพูดกับตัวเองแบบนี้: "นี่มันก็เหมือนเรากำลัง produced 3 SKU ของเดียว (cleansing, serum, sunscreen) แต่ใช้ 50 ของในการทำผลิตภัณฑ์เท่านั้นแหละ"

Tools ที่เลิกใช้จริงจัง

Notion → ทำให้ทีมงง มากขึ้นแทนที่จะช่วย

ตอนแรกฉันหลุมใหญ่กับ Notion จริงๆ template แน่นอน ดูไม่วาย แต่เมื่อทีมเขตขึ้นมา:

  • สร้าง database เพิ่มทีละ 1 เพื่อ "จัดระบบให้สวยงาม" เป็นผล: 15 database ที่ไม่มีใครจำได้ว่าคำใหญ่ว่าไร
  • สมาชิกทีมใช้เวลาเพิ่มเติมแค่ในการหาว่า "ข้อมูลที่ฉันต้องการอยู่ที่ไหนเล่า?"
  • ให้ workflow ได้ผล ต้องอธิบาย relation/database rules เป็นครั้งที่ 5 กับสมาชิกใหม่

ทำไมเลิก: ทีม 8 คนไม่ต้องการ enterprise knowledge management ขนาดใหญ่ เราต้องการตอบแล้ว ทำแล้วเสร็จ เดาปืนจากนั้นก็ ไม่ต้องสร้าง "documentation of documentation" ของการสร้าง documentation

ClickUp → ยอดมนุษย์หนึ่งเดียว

ClickUp เป็น tool ที่ดี แต่สำหรับบริษัท 500 คน ไม่ใช่ 8 คน

  • Sprints, custom fields, nested subtasks, integrations แต่ละตัวมีฟีเจอร์ชาติสม 10 ชั้น
  • คนใน team ใช้เวลา "ตั้งค่า automation" มากกว่าเวลาทำงานจริง
  • UI แต่ละครั้ง update ทำให้ feature ที่จำได้เมื่อวาน หายเพราะย้ายไปมุมใหม่

ทำไมเลิก: ทีมงานกลับมาใช้ Google Tasks ด้วย "กำหนดเสร็จภายใน 3 วัน ทำให้บริหารได้เองเลย" — ง่ายกว่า ซ่อนน้อยลง ล้มเหลวน้อยลง

Figma → ไม่มีใครนั่งหน้าจอดีไซน์พร้อมกันเลย

ซื้อ Pro plan เพื่อ "real-time collaboration" แต่ความจริง:

  • Designer 1 คนทำหน้า ทำต่อท้าย
  • Marketing อีก 1 คนเลือกรูปและตัดเก็บออกมา (ไม่ต้องที่ Figma เลยสามารถใช้ PNG ได้)
  • ไม่มีโปรเจกต์ที่ต้องการ "3 คนหลุม Figma frame พร้อมๆ กัน"

ทำไมเลิก: เปลี่ยนไปใช้ Google Drive + Adobe Express สำหรับ quick designs + native export อย่างเดียว — ประหยัด ฿6,000/ปี และเร็วกว่า

ChatGPT Plus → Claude Max ได้ที่ไทยก่อนอเมริกา

นี่อันสำคัญ ตั้งแต่ CMe เน้นสร้าง Thai content (ตลาดไทย ลูกค้าไทย ทีมไทย):

  • ChatGPT Thai output มี "ลักษณะ copy-paste" แหว่งขาดความเป็นธรรมชาติ
  • Claude Max (ด้วยฝั่งประเทศไทย) ทำความเข้าใจภาษาไทยแบบ native speaker มากกว่า
  • เลื่อนการลบออกไป เขียน brand voice ของ CMe ได้ถูกต้องเป็นครั้งแรก ไม่ต้องแก้ 5 ครั้ง

ทำไมเลิก: Claude Max ครอบคลุมสิ่งที่ ChatGPT Plus ทำได้ บวกด้วยความเข้าใจไทยที่ดีขึ้น ราคาเกือบเท่า ทำไมถึงจะเอา

เหลืออะไร + ทำไมเลือก

Claude Max = การคิด + การเขียน

ประมาณ 70% ของงาน CMe เกี่ยวข้องกับ:

  • Content creation (blog, social, email)
  • Brainstorming (product, marketing, naming)
  • Documentation (internal, customer-facing)
  • Problem-solving (ต้องการคิดพร้อมกับใครสักคน)

Claude Max ให้สิ่งเหล่านี้ได้อย่างดี ด้วยความเข้าใจไทย + extended thinking + 200K context window (รับ brief ยาวได้ ไม่ต้อง break เป็น chunks)

Google Workspace = ข้อมูล + การทำงาน

Sheets, Docs, Drive, Forms — ไม่มี bell and whistle แต่ครอบคลุมทั้งหมด:

  • มีไว้ใช้งาน ไม่ใช่ "บริหารการใช้งาน"
  • Integration ทำงานเสถียร (Google Calendar → LINE reminder → Task notification)
  • ทีมชอบนอกเหนือไป เพราะเข้าใจได้ตั้งแต่ "New" button

LINE Official Account = ลูกค้า

OA ไม่ใช่ tool สำหรับทีม แต่เป็นท่อสื่อสารกับลูกค้า

ลูกค้า CMe 80% สื่อสารผ่าน LINE ไม่ใช่ Instagram DM หรือ Email

ลดต้นทุน tool แต่เพิ่มความเข้มข้นในสิ่งที่โหลดได้ (customer experience ผ่าน LINE)

บทเรียน: Less Is More ในหมวดวิธี

CMe มีเพียง 3 ผลิตภัณฑ์ (cleansing, serum, sunscreen) เพราะเรา ไม่เชื่อ ในการสร้าง portfolio ที่ใหญ่

เช่นเดียวกัน ไม่เชื่อด้วยใน tool portfolio ที่ใหญ่

ทีมปัจจุบัน:

  • ใช้เวลาน้อยลง ในการ "เรียนรู้เครื่องมือ" ใช้เวลามากขึ้นในการ "ทำของจริง"
  • ทำสิ่งที่ได้ผล ไม่ต้องพูดถึงสิ่งที่คิดว่าจะได้ผล
  • บ่นน้อยลง เพราะ workflow ไม่งง (Google Workspace มี 1000 feature แต่บัญชีสำหรับเรา อย่าลืมคืน)

ถ้าคุณกำลังนั่งอยู่ในสถานการณ์ "7 tools 15 subscriptions ทีมงง" — มาลองคิดใหม่

ขั้นตอน:

  1. ถามตัวเองจริงจัง: "เครื่องมือนี้ใช้กี่ครั้งต่อสัปดาห์ สำหรับงานที่ต้องทำ?"
  2. ถ้าตอบ "คนแค่ 1-2 คน" หรือ "ไม่ถึง 2 ครั้ง" → ลบออก
  3. ถ้าตอบ "สำหรับความพึงพอใจจิตใจ" → ลบออก อยู่ตัวแน่นอน

จากเรา CMe ที่ลดเครื่องมือลง สู่ความชัดเจนมากขึ้น

นี่คือแนวทางของเราสำหรับปี 2026

เกี่ยวกับผู้เขียน

Keep Reading