Niacinamide คืออะไร — Vitamin B3 ในเซรั่ม CMe ลดฝ้า เรียวผิวกระจ่าง
อัปเดต: 12 พฤษภาคม 2026 · โดย CMe CheerTsuMe
Niacinamide
Vitamin B3
เซรั่ม
ลดฝ้า
รูขุมขน
Niacinamide คืออะไร
Niacinamide (ไนยาซินอะไมด์) คือ Vitamin B3 ในรูปแบบที่ละลายน้ำได้ (Water-soluble) และมีความเสถียรสูง ซึ่งนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการสกินแคร์ทั่วโลก ถือเป็นหนึ่งในส่วนผสมที่มีงานวิจัยรองรับมากที่สุด (Most Clinically Proven Ingredients) ในวงการ Skincare
ต่างจาก Nicotinic Acid ซึ่งเป็น Vitamin B3 อีกรูปแบบหนึ่ง Niacinamide ไม่ก่อให้เกิดอาการหน้าแดงหรือแสบร้อน (Flushing) จึงเหมาะกับทุกประเภทผิว รวมถึงผิวแพ้ง่าย ด้วยโมเลกุลที่มีขนาดเล็ก (122 Da) ช่วยให้ซึมผ่านผิวได้ดี และมีความเสถียรสูงที่ pH 3–7 ไม่เสื่อมสลายเร็วแบบ Vitamin C
ประโยชน์ของ Niacinamide ต่อผิว
1. ลดการผลิต Melanin — ลดฝ้า จุดด่างดำ
Niacinamide ยับยั้งการถ่ายโอน Melanosome จาก Melanocyte ไปยัง Keratinocyte ทำให้การสะสม Melanin (เม็ดสีผิว) ลดลง ผิวทยอยกระจ่างใส ฝ้าและจุดด่างดำจางตัวลงอย่างเป็นระบบ เห็นผลชัดเจนภายใน 4–8 สัปดาห์เมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง
2. ลดรูขุมขน — ปรับ Texture ผิว
Niacinamide ช่วยควบคุม Sebum (น้ำมันผิว) ที่ผลิตจาก Sebaceous Gland ทำให้รูขุมขนไม่อุดตัน ดูเล็กลง และ Texture ผิวเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายใน 4–6 สัปดาห์
3. เสริม Skin Barrier — ลด Moisture Loss
Niacinamide กระตุ้นการสังเคราะห์ Ceramide ซึ่งเป็น Lipid หลักของ Stratum Corneum (ชั้นผิวด้านนอก) ช่วยลด TEWL (Transepidermal Water Loss หรือการสูญเสียน้ำออกจากผิว) ได้ถึง 20–30% ผิวจึงชุ่มชื้นและแข็งแรงขึ้น
4. ลด Sebum — เหมาะผิวมัน
งานวิจัยพบว่า Niacinamide สามารถลด Sebum Production ได้ถึง ~25% (Draelos et al., 2004) ทำให้ผิวมันดูเป็นธรรมชาติ ไม่มัน เงา และลดความเสี่ยงสิวอุดตัน เหมาะสำหรับ Oily และ Combination Skin เป็นพิเศษ
5. ต้านการอักเสบ — ลดสิว รอยแดง
Niacinamide ยับยั้ง Pro-inflammatory Cytokines (สารที่กระตุ้นการอักเสบ) อย่าง TNF-α และ IL-6 ทำให้อาการแดง อักเสบ และรอยสิวลดลง ช่วยสงบผิวจาก Acne, Eczema และผิวแพ้หลังทำทรีทเมนต์
ความเข้มข้น Niacinamide ที่เหมาะสม
ความเข้มข้น (Concentration) ของ Niacinamide ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพ เลือกให้ตรงกับความต้องการผิวของคุณ
| ความเข้มข้น |
ผล |
เหมาะกับ |
| 2% |
เสริม Skin Barrier เบื้องต้น ลดความแห้งกร้าน |
ผิวแพ้ง่ายมาก / เริ่มต้นใช้ครั้งแรก |
| 5% |
ลดจุดด่างดำ ควบคุม Sebum เสริม Barrier ได้ชัดเจน |
ผิวทั่วไป / ผิวผสม / ผิวแพ้ง่าย |
| 10%+ |
ผลแรงและเร็วขึ้น ลด Sebum ได้ดีมาก แต่เสี่ยง Irritation ในผิวบอบบาง |
ผิวมัน / Acne-prone / ผิวทนทาน |
Niacinamide ใน CMe Serum
CMe Serum ราคา ฿525 ใช้ Niacinamide ในสูตรที่ผสานกับ Alpha Arbutin และ Kakadu Plum ได้อย่างลงตัว ทั้งสามตัวทำงานร่วมกันใน 3 กลไกที่ต่างกัน ได้แก่ การยับยั้งการถ่ายโอน Melanosome (Niacinamide), การยับยั้ง Tyrosinase Enzyme (Alpha Arbutin) และการเสริม Vitamin C ธรรมชาติ (Kakadu Plum) ผลลัพธ์คือผิวกระจ่างใสดีกว่าการใช้ตัวใดตัวหนึ่งเพียงอย่างเดียว
สูตร CMe Serum ผ่านการทดสอบโดย Dermscan Asia ให้ความมั่นใจว่าปลอดภัยสำหรับผิวคนไทย เหมาะใช้ทั้งเช้าและเย็น ใช้หลัง Cleanser และก่อน Sunscreen (ตอนเช้า) หรือก่อน Moisturizer (ตอนกลางคืน)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Niacinamide ใช้ร่วมกับ Vitamin C ได้ไหม?
ได้ค่ะ งานวิจัยสมัยใหม่ยืนยันว่า Niacinamide และ Vitamin C ใช้ร่วมกันได้โดยไม่ conflict กัน ความเชื่อเดิมที่ว่าสองตัวนี้ไม่เข้ากันเป็น "ความเข้าใจผิดในอดีต" (Outdated Myth) หากต้องการผลลัพธ์ดีที่สุด แนะนำให้ใช้ Vitamin C ตอนเช้า และ Niacinamide (CMe Serum) ตอนเย็น เพื่อให้แต่ละตัวออกฤทธิ์อย่างเต็มที่
ต้องใช้ Niacinamide นานแค่ไหนถึงเห็นผล?
สัปดาห์ที่ 1–2: ผิวรู้สึกชุ่มชื้นและนุ่มขึ้น มัน/แห้งลดลง
สัปดาห์ที่ 4–6: รูขุมขนดูเล็กลง จุดด่างดำเริ่มจางตัว
สัปดาห์ที่ 8–12: ผิวกระจ่างใสชัดเจน ฝ้าอ่อนตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ
แนะนำให้ใช้อย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 8 สัปดาห์เพื่อเห็นผลเต็มที่ค่ะ
Niacinamide ทาตอนเช้าหรือเย็นดีกว่า?
Niacinamide ใช้ได้ทั้งเช้าและเย็นค่ะ เพราะไม่ Photosensitive (ไม่ทำให้ผิวไวต่อแสงแดดเพิ่มขึ้น) เหมือน Retinol หรือ AHA/BHA ดังนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องการใช้กลางวัน แต่หากใช้คู่กับ Vitamin C แนะนำให้ใช้ Vitamin C ตอนเช้า และ Niacinamide (CMe Serum) ตอนเย็น เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ผิวแพ้ง่ายใช้ Niacinamide ได้ไหม?
ได้ค่ะ Niacinamide เป็นหนึ่งในส่วนผสมที่อ่อนโยนที่สุดในวงการสกินแคร์ ยิ่งไปกว่านั้น ยังช่วยเสริม Skin Barrier (กำแพงปกป้องผิว) และลดการอักเสบ ทำให้ผิวแพ้ง่ายแข็งแรงและทนทานมากขึ้นในระยะยาว แนะนำให้เริ่มใช้ 2–3 ครั้ง/สัปดาห์ก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มเป็น Daily เมื่อผิวคุ้นชิน และทำ Patch Test ก่อนใช้เสมอค่ะ
← กลับไปหน้าแรก